VR 3D อันไหนเหมาะกับอะไร อ่านก่อนไปเสียตัง

VR อันไหนเหมาะกับอะไร อ่านก่อนไปเสียตัง

VR 3D  *คำเตือน : เนื้อหาในบทความฉบับนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล อาจมีความคาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณคิด ก่อนเชื่อ นะจ๊ะ

 

สวัสดีเหล่าผู้อ่านทุกท่าน เนื่องจาก Playstation VR กำลังจะวางจำหน่ายในวันที่ 13 ตุลาคม 2016 ที่จะถึงนี้ (เลื่อนป่าวไม่รู้ ถถถ) แอดกวิ้นจึงขอหยิบเนื้อหาเกี่ยวกับ VR ชนิดต่างๆ ที่หลายคนรู้จัก และให้ความสนใจมากล่าวถึงซักนิดว่า หลักๆ แล้วพวกมันใช้ทำอะไรได้บ้าง อันไหนถึงเหมาะกับการใช้งานของเรา

 

VR คืออะไร

VR ย่อมาจาก Virtual Reality หรือ ความเป็นจริงเสมือน (อ้างอิงคำแปลจาก wikipedia) เป็นอุปกรณ์จำลองภาพขนาดเล็ก มองผ่านเลนส์แว่นไปยังจอขนาดเล็ก ที่ครอบตาผู้ใช้ทั้งสองข้าง เพื่อให้เกิดมุมมองภาพเป็นสามมิติ โดยจอภาพจะเคลื่อนไหวตามมุมมองของผู้ใช้  เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกเสมือนได้ไปอยู่ในพื้นที่ หรือเหตุการตามเนื้อหาที่นำเสนอจริง

 

คำเตือนเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ VR

• อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ  : อาการเมากล้อง (แว่น), เวียนหัว, จนอ้วกมักเกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน VR ในระยะแรก โดยปกติแล้วอาการนี้จะหายไปเมื่อผู้ใช้ชิน แต่หากใช้งานไปนานๆ แล้วยังคงเกิดอาการนี้อยู่ ควรลดเวลาใช้งาน หรือเลิกใช้ไปเลยก็ได้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า ร่างกายคุณไม่สามารถปรับตัวได้

• มองไม่เห็น : เนื่องจากเรามองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง (นอกเหนือจากในจอ) จึงทำให้อาจเกิดอันตรายได้ ดังนั้นควรเครียร์พื้นที่ แล้วบอกคนในบ้านว่า เข้าใกล้ระวังหน่อยนะ

• ฟินจนลืมตัว : ในการเล่นเกมบางครั้ง ทำให้เราฟินตามบท จนลืมไปว่า เราก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด เผลอกระโดดหลบบ้าง คิดว่าเราบินได้บ้างว่ากันไป (*มีข้อกำหนดว่า เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีห้ามใช้งานอุปกรณ์ VR)

• อันตรายต่อสายตา : ปกติดูจอทั้งวัน ก็ทำให้สายตาเสียมากพอแล้ว อันนี้ล่อระยะประชิดกันเลยทีเดียว จะรอดไหมเนี่ย

 

Playstation VR (For PS4)

เปิดขาย : 13 ตุลาคม 2016

ราคา : 17,490บาท หรือ 399 USD (ปกติ) / 18,990บาท (พร้อม PS.Camera)

ข้อมูล Spec (ดูทั้งหมด)
๐ Resolution: 1920 x RGB x 1080 (960 x RGB x 1080)

๐ น้ำหนักแว่น : 610 กรัม

 

สำหรับ Playstation VR ใช้เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น Playstation 4 เท่านั้น ซึ่งคุณอาจต้องซื้ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย อาทิ “PS Camera”, “PlayStation Move” (*จะใช้ก็ซื้อเพิ่ม) ก็อย่างที่บอกไป มันใช้ได้กับ PS4 เท่านั้น ทำให้ขอบเขตการใช้งานไว้ถูกจำกัดไว้ ภายใต้ Contents ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ณ.วันวางจำหน่าย


Navi ใช้พื้นที่หน้ากล้อง “1.9 x 3.6” เมตร โดยประมาณ

ตรวจสอบ Content PlayStation VR  ได้ที่นี่

 

HTC Vive

เปิดขาย : 5 เมษายน 2016

ราคา : 799 USD (ไม่มีราคาไทยที่แน่ชัด)

ข้อมูล Spec (ดูทั้งหมด)
๐ Resolution : 2160×1200 (1080×1200 per eye)

๐ น้ำหนักแว่น : 555 กรัม

 

HTC Vive เป็นอุปกรณ์ VR เชื่อมต่อกับ PC ที่มีออฟชั่นเสริมที่ใช้ติดตั้งพ่วงมาในกล่องมาอีกมากมาย จึงทำให้ค่าตัวของมันสูงกว่า Oculus Rift “200 USD” และแพงกว่า PS VR ถึงเท่าตัว (400 USD) จากที่ทดสอบเกมของ HTC Vive จะมุ่งเน้นการเคลื่อนไหว ที่มากกว่า VR ตัวอื่นๆ จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่หน้ากล้อง มากถึง 3×4เมตร อีกทั้งยังต้องติดตั้งอุปกรณ์ในมุมสูงซึ่งค่อนข้างยุ่งยากนัก สำหรับผู้เล่นที่มีพื้นที่จำกัด

 

 

Oculus Rift

เปิดขาย : 28 มีนาคม 2016

ราคา : 599 USD (ไม่มีราคาไทยที่แน่ชัด)

ข้อมูล Spec (ดูทั้งหมด)
๐ Resolution : 2160×1200 (1080×1200 per eye)

๐ น้ำหนักแว่น : 470 กรัม

Oculus Rift เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อ PC ที่ค่อนข้างได้เปรียบ HTC Vive ด้านราคาเริ่มต้น และ มี Contents แยก บน Store ของตัวเองเนื่องจากเคยเปิดจำหน่าย Oculus Rift Development Kit (ตัวทดสอบ) ออกไปก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2013 นับเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส VR ทีขยายตัวต่อเนื่องมา แต่ก็มาตกมาเจ็บกับเกมบน Steam เนื่องจากยังไม่มีอุปกรณ์ควบคุมมืออย่างที่ HTC Vive เค้ามีจึงทำให้ ไม่สามารถเล่นเกมหลายตัวบน Steam ได้ *คงต้องลุ้นกันอีกทีหลัง Oculus Touch เปิดจำหน่าย [*เสียซื้อเพิ่มอีก]

 

Gear VR

เปิดขาย : Thailand Mobile Expo 2016

ราคา : 3500 บาทไทย (มีส่วนลด 1000 สำหรับมือถือที่รองรับ)

ข้อมูล Spec (ดูทั้งหมด)

๐ น้ำหนักแว่น : 312 กรัม (*สำหรับ Version2 ไม่รวมมือถือ)

Gear VR เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับมือถือ Samsung เฉพาะรุ่น (เพราะต้องทำการเชื่อมต่อ usb ในการใช้งาน) ทันทีที่เราใส่มือถือเข้ายังอุปกรณ์ มันจะกลายเป็นแว่น VR ขนาดพกพาที่สามารถเล่นเกม,ดูหนัง, ฟังเพลงผ่าน App ต่างๆ ใน Oculus Store ที่มีให้เลือกมากมาย (มีทั้งฟรีและเสียตัง) โดยเนื้อหาบางอย่างถูกจำกัดไว้เฉพาะประเทศ แก้ไขได้โดยเชื่อมต่อ VPN …

 

 

Google Boardcard และ กล่อง VR แบรนด์ต่างๆ

ราคา : 200บาท [+/-] (หาได้ร้านค้าใน Internet ทั่วไป)

เป็นอุปกรณ์เสริม ประเภทกล่องติดเลนส์ ลักษณะคล้ายกล้อง สำหรับดูภาพแยกสองฝั่งบนมือถือ หลังจากที่ Google Boardcard เปิดจำหน่ายก็มีแบรนด์ย่อยมากมายผลิต “VR Box” ราคาประหยัดออกจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายมาก ต่ำสุดที่ 200 บาทแถมจอย (อ้างอิง ณ.04/10/2016) โดยหลักใช้สำหรับเล่นเกม และดูหนังที่แบ่งหน้าจอออกเป็นสองฝั่ง หาโหลดได้ง่าย คุณภาพและลูกเล่นยทั่วไป ด้อยกว่า Gear VR ตามสภาพ
*การตรวจสอบว่า เนื้อหาไหนรองรับ VR Box ให้ดูสัญลักษณ์ Google Boardcard แทนเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเดียวกัน

เลือกซื้อตามเครื่องเล่น

ในส่วนนี้ขอไม่พูดถึง อุปกรณ์สาย Mobile (Google Boardcard และ GearVR) เนื่องจากราคาค่อนข้างต่ำ แต่จะไปมุ่งเน้นด้าน PC และ PS4 เป็นหลัก แต่ก่อนอื่นเลยเราไป Test Spec PC กัน

Oculus Compatibility Tool https://support.oculus.com/1633938460220125/

HTC Vive Performance Test : http://store.steampowered.com/app/323910

สำหรับอุปกรณ์สองชิ้นนี้ ไม่มีจำหน่ายในไทย ต้องซื้อผ่านร้านหิ้วเข้ามาเท่านั้น ซึ่ง Oculus Rift ราคาประมาณ 30,000 ส่วน HTC Vive ราคาประมาณ 40,000บาท หาก PC ใครไม่รองรับและยังไม่มีแผนอัพเกรดหละก็ แนะนำไปเล่นฝั่ง PS4 ก็ได้เพราะราคา PS4+VR รวมกัน ราคาพอๆ กับแว่น PC อันนึงเอง

สำหรับผู้รักการดูหนัง (Highlight ของระบบ VR)

หนึ่งในเป้าหมายของผู้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ VR ส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้น การดูหนังแบบ VR-3D แน่นอนครับรวมไปถึงสารคดีผู้ใหญ่ด้วย (ถถถถ) ในที่นี้ เราจะพอพูดถึงไฟล์หนังในแบบต่างๆกันก่อน เริ่มจาก

• ไฟล์หนังปกติ : การดูไฟล์หนังปกติบนอุปกรณ์ VR นั้นคุณต้องเข้าผ่าน Application พิเศษ ซึ่งจะให้บรรยากาศเสมือนเราไปดูหนังโรงตามสถานที่ต่างๆ ที่มีจอใหญ่อยู่เบื้องหน้า โดยเราสามารถมองวิวโดยรอบได้ ซึ่งวิวที่ว่านี้ เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามธีมของ App อาทิ “โรงหนัง” , “บ้าน” หรือแม้กระทั่ง “บนดวงจันทร์” … เป็นต้น

• ไฟล์หนัง3D (VR) : ไฟล์ประเภทนี้มีหลากหลายรูปแบบทั้งแบบทั้ง “มุมกล้องล็อค” , “90องศา” ไปถึง “360องศา” โดยระดับความคมชัดนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของ Frame และ Resolution ซึ่งจะส่งผลต่อขนาดไฟล์ที่หนักขึ้น โดยเฉพาะไฟล์หนังคมชัด 360องศา จะมีขนาดไฟล์ที่หนักมาก! จนอาจทำให้ไม่สามารถเปิดไฟล์ดังกล่าวบนมือถือได้เลย

จากที่กล่าวมา

๐ Gear VR : รองรับไฟล์หนังคุณภาพสูงอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ Req.รุ่นมือถือระดับสูงมาเป็นทุนเดิม แต่จะมีปัญหาด้านขนาดของไฟล์หนัง เนื่องจาก “หน่วยความจำหลักของเครื่องมีจำกัด” (ใครจะเล่นหนักแนะนำ 64GB+) หากใครคิดจะรันไฟล์ผ่าน “หน่วยความจำเสริม” (SD card) ก็สามารถทำได้ แต่คุณภาพในการอ่านไฟล์ จะต่ำกว่าหน่วยความจำหลักนะบอกไว้ก่อนเลย

๐ Google Boardcard (และ VR Box) : เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้กับมือถือได้เกือบทุกรุ่น จึงทำให้คุณภาพการมองเห็นที่ “คุณภาพหน้าจอเท่ากัน จะต่ำกว่า Gear VR พอควร” นอกนี้ อาจพบปัญหากับไฟล์ VR บางชนิด ซึ่งจุดนี้ให้หา App.ในการอ่านไฟล์ VR เสริมเข้าไป ก็พอทดแทนกันได้ แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ เช่นเดียวกับ Gear VR [*ถูกกว่าตั้งเยอะแค่นี้ก็หรูแล้ว ถถถถ]

๐ Daydream Google : เป็นของเล่นใหม่จาก Google ผลิตโดยค่าย HTC ที่เปิดตัวในวันที่ 04/10/2016 ลักษณะการทำงานหลักๆ จะคล้ายกับ Google Boardcard (ไม่มีการเชื่อมต่อ USB แบบ Gear VR) ซึ่งระดับความชัดก็ยังคงแพ้ Samsung Galaxy S7 ที่ขายในบ้านเราตอนนี้อยู่ดี

๐ PC [HTC Vive และ Oculus Rift] : นั้นไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ และการประมวลผลไฟล์ภาพขนาดใหญ่แบบมือถือ แต่จะรู้สึกรําคาญเล็กน้อยเรื่องของสายที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ ด้านความคมชัดโดยรวมสูงกว่าของมือถือมากพอตัว เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดี่ยวไม่ได้รวมร่างมาแบบ Mobile

ข้อเสียหลักๆ ที่พบคือไม่สะดวกในการพกพา อีกทั้งต้องใช้คอมพิวเตอร์ Spec สูงในการใช้งาน

สรุปที่กล่าวมา : ส่วนตัวชอบ Gear VR เนื่องจากต้นทุนถูก (มีมือถือที่รองรับอยู่แล้ว) และคุณภาพดี สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ เพียงแค่นำไฟล์หนังเก็บลงเครื่องมือถือ พกหูฟังที่ชอบ ก็สามารถดูหนัง-ฟังเพลงได้ตลอดเวลา หากมือถือใครไม่รองรับสามารถซื้อ VR-BOX ตามร้านมาทดสอบดูก่อนได้หากไม่พอใจดูก่อนได้ เพราะให้ความรู้สึกคล้ายๆกัน …

*แนะนำ.ควรหาไฟล์คุณภาพสูงมาใช้ในการทดสอบนะจ๊ะ (30นาที 2.5GB อะไรเงี้ย)

สำหรับผู้รักการเล่นเกม : มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เริ่มจาก

เกมที่เราต้องการเล่น : ก่อนซื้ออุปกรณ์ ต้องคิดก่อนว่าเราจะเอามันมาเล่นเกมอะไร ยกตัวอย่างเช่น ผมชื่นชอบเกม “Dead or Alive Xtreme 3” (เอาไว้ส่องนมในโหมด VR) ก็ต้องไปเช็คก่อนว่าเกมนี้ มีเฉพาะเครื่องเล่นไหนหรือป่าว … ซึ่งถ้าหากมันเป็นเกมเฉพาะเครื่อง PS4 ก็ตัดเครื่องเล่นอื่นออกไปได้เลย ไม่ต้องไปซื้อมัน!

*ควรเช็ครายชื่อเกมที่เราจะเล่นไว้หลายๆ เกมนะ เพราะเราคงไม่ได้เอามาเล่นเกมเดียว จริงมะ

ราคาค่าอุปกรณ์โดยรวม : ก่อนที่จะเล่นเกมได้ ต้องมีอุปกรณ์-เครื่องเล่นกันก่อนจริงไหม มาเปรียบเทียบราคากันเลย

► PSVR (+PS4) : ราคาโดยทั่วไปอยู่ที่ 18,990 (พร้อมแว่น) + 13,000(เครื่อง) รวมเป็น 32,000 โดยประมาณ

► Oculus Rift (+PC) : คิดราคาหิ้ว 30,000 (แว่น) + คอมยกชุด 40,000 (-/+) รวมเป็น 70,000 โดยประมาณ

► HTC Vive (+PC) : คิดราคาหิ้ว 40,000 (แว่น) + คอมยกชุด 40,000 (-/+) รวมเป็น 80,000 โดยประมาณ

► GearVR (+มือถือ) : หากคิดราคาทั่วไป 3500 + มือถือที่รองรับ (เท่าไหร่ดี … ) ตีซัก 34,000 แล้วกันงั้น

*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จากแหล่งการซื้อ ถ้าเอาถูกมากๆ หาซื้อมือสองเอาแล้วกัน

จากจุดที่ไม่มีอะไรรองรับเลย การลงทุนกับ Playstion VR ดูจะถูกสุด ซึ่งมันจะไปเสียจุกจิกตรงซื้อเกมนี่หละ เพราะเกมฟรีบน PS Store มีไม่มากนัก

พื้นที่การใช้งาน : เกมที่เล่นกับอุปกรณ์ VR (บางเกม) มีความต้องการด้านพื้นที่ในการเล่นด้วยนะ!

๐ Mobile VR : ใช้พื้นที่แค่ รอบตัว ณ.จุดที่เราอยู่ เพราะเราทำได้เพียงหมุนรอบตัว+ก้มๆ เงยๆ (360×360องศา)

๐ Playstation VR : กินพื้นที่หน้ากล้อง “1.9 x 3.6” เมตร โดยประมาณ โดยหลักแล้วเน้นการ Capture ลักษณะท่าทาง-การเคลื่อนไหวของตัวผู้เล่น โดยเราสามารถรอบตัว+ก้มๆ เงยๆ (360×360องศา) ได้เช่นเดียวกัน

๐ PC VR (HTC Vive, Oculus Rite) : จะกินพื้นที่มากราวๆ 4 ตารางเมตรโดยประมาณ (*ควรมีที่ 4.5ตารางเมตรเผื่อไว้เพื่อความปลอดภัย) ซึ่งมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกับ Playstation ตรงที่ มีเนื้อหา-เกมบางส่วนเน้นการเคลื่อนไหวบนพื้นที่เพิ่มเข้ามา (ประมาณว่าเดินไปทำอะไรตรงนั้นตรงนี้) จึงทำให้ใช้พื้นที่มากขึ้น สิ่งที่แตกต่างระหว่าง HTC Vive กับ Oculus Rite คือ “HTC Vive” จะใช้ตัวจับการเคลื่อนไหวสองมุม เพื่อตรวจจับ-แจ้งเตือนผุ้เล่นเมื่อใกล้ออกนอกพื้นที่ (ตามรูปด้านล่างจะแจ้งเตือนเมื่อเราเข้าใกล้เส้นสีฟ้า) ส่วน “Oculus Rite” นั้นจะมีเพียงกล้องหน้าตัวเดียวเท่านั้น

*หมายเหตุ. หากเราไม่สะดวกเดินไปมา สามารถปรับโหมดเคลื่อนไหวด้วย Controller แทนได้ (ในหลายเกม) ไม่ต้องเดินให้อันตราย (ไม่เหนื่อยด้วย)

สำหรับสาย Adults only : เนื้อหาสำหรับผู้มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป …

ประเภทวิดีโอ : มักพบปัญหามากมาย กับมือใหม่ ที่ต้องการจะดูวิดีโอผ่าน Website ไม่ว่าจะเป็น “Brawser,App ไม่รองรับ”, “ถูกบล็อคไอพี”, “ถูกแจ้งเตือนว่า Website นี้ไม่ปลอดภัย” และอื่นๆ อีกมากมาย โดยปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ … ปรึกษา Google เอาเองนะจ๊ะ ส่วนนี้

ประเภทเกม : เนื้อหาประเภทเกมนั้นแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ “Ecchi” กับ “Hentai” ซึ่ง

• Ecchi [エッチ] เป็นเนื้อหาทะลึ่งเชิงอนาจาร ซึ่งจะมีภาพเกือบโป้ วับๆ แวมๆ อยู่ในเนื้อหาแต่ไม่ถึงขั้นเห็นกันเต็มๆ เกมประเภทนี้ มีในทุกแพลตฟอร์ม

VR 3D
VR 3D

• Hentai [へんたい] เป็นเนื้อหาลามก-อนาจาร แบบเต็มๆ ซึ่งไม่ต้องบอกว่ามันเป็นยังไง พบได้บนเครื่องเล่น PC โดยมีค่าเกมชื่อดังอย่าง illusion และ KISS คอยป้อนเกมให้ ซึ่งรองรับทั้ง Oculus Rift และ HTC Vive ส่วน Mobile จาก DMM กำลังตามมา …

สำหรับผู้สนใจอุปกรณ์ VR เพื่อเอามาดูหนัง Gear VR , Google Boardcard และ VR Box ทั่วไป ก็ให้ผลที่น่าพึงพอใจแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องมีมือถือที่หน้าจอคมชัดในระดับนึง … ส่วนใครจะเอามาเล่นเกม แนะนำให้มองที่ “เกมที่อยากเล่น” เป็นอันดับแรก (*Playstation VR ยังไม่น่าถอยในตอนนี้เนื่องจากเกมยังไม่ออก) ซึ่งถ้าเงินไม่พอก็เก็บกันต่อไป หากใครมองเรื่องประโยชน์การใช้งานที่ครอบคลุม อุปกรณ์ VR บน PC ตอบโยชน์ได้ดีกว่า


ส่วนคำถามที่ว่า “HTC Vive” กับ “Oculus Rift” อะไรดีกว่ากัน
ณ.เวลานี้ ขอตอบว่า “HTC Vive” น่าสนใจกว่าเนื่องจาก
“Controller” แบบมือคู่ สามารถเล่นเกมได้มากกว่า (และมีช่อง Headphone Jack แยก)


 

Credit: playulti.com

 

Best VR Headsets 2018 | Top 5 Virtual Reality | PC, Xbox, PS4, Android & iOS | Gaming

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top