10 สุดยอดเครื่องบินขับไล่ในปัจจุบัน

เครื่องบินรบที่ทันสมัยกลายเป็นอำนาจในการต่อรอง เป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญสูงสุดในการป้องกันประเทศ มีใว้เพื่อคานอำนาจทางการทหารหรือเพื่อการรุกราน เครื่องเจ็ตขับไล่โจมตีของกองทัพอากาศทั่วโลกที่มีทั้งเก่าและใหม่ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละประเทศ แต่เครื่องบินขับไล่ในกองทัพอากาศของบางประเทศโดยเฉพาะชาติที่ชอบแผ่ขยายขอบเขตของอำนาจทางการทหารนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และนี่คือการรวบรวมเจ็ตขับไล่โจมตีที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกในปี 2017

10.General Dynamics F-16 Fighting Falcon
F- 16 เหยี่ยวจอมรุกรบเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยความสามารถในการต่อสู้ขั้นสูงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในสมรภูมิกลางอากาศทั่วโลก F-16 ได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิบัติการทางอากาศทั้งขับไล่และบินโจมตีที่เหนือกว่าของกองทัพอากาศสหรัฐฯ หลังจากนั้นด้วยการรวมเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อการปรับปรุงทำให้ F-16 ในปัจจุบันกลายเป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีความสามารถในการปฏิบัติภารกิจที่หลากหลาย

F-16 ติดตั้งเครื่องยนต์ Pratt & Whitney F100-P-220E turbofan จำนวน 1 เครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ 2,120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบิน 4,220 กิโลเมตรเมื่อติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรอง เครื่องบินรุ่นนี้มีขนาดเล็กและเบา ทำให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไว มีความคล่องตัวสูงมากแม้จะมีเครื่องยนต์แค่ตัวเดียวแต่กลับมีประสิทธิภาพเหลือร้าย ระบบควบคุมการบินด้วยอิเล็กทรอนิกส์ทำให้เกิดความคล่องตัว ประสิทธิภาพทางการบินที่ยอดเยี่ยมและการโหลดอาวุธที่ครบเครื่องทำให้เหยี่ยวพิฆาตลำนี้ครองอันดับที่ 10 อากาศยานขับไล่ที่ดีที่สุดในโลก 

9.McDonnell Douglas F15 Eagle 
แก่แต่เก๋า F15 Eagle เป็นเครื่องบินรบที่มีศักยภาพทางการบินสูงมาก มันสามารถบินที่ระดับความสูง 10,000 เมตรด้วยความเร็วสูงสุด 1,650 ไมล์ต่อชั่วโมง F-15 ออกแบบและผลิตโดยบริษัท McDonnell Douglas ขึ้นบินเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 เป็นอากาศยานรบที่มีการพัฒนาระบบบินและเครื่องยนต์อยู่ตลอดเวลา โดยมีระบบควบคุมการบินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ F-15 สามารถปฏิบัติภารกิจบินสกัดกั้นโจมตีได้อย่างโดดเด่น

เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนสองเครื่องของ Pratt & Whitney F100-PW-100 or −220 afterburning turbofans ให้แรงขับดัน 64.9 กิโลนิวตัน สามารถบินด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 2.5 มัค หรือ 1,650 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือเท่ากับ 2,655 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 40 ปี F-15 ก็ยังถูกใช้บินปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นโจมตีมาจนถึงทุกวันนี้

8.Saab JAS 39 Gripen
Saab JAS 39 เป็นเครื่องบินรบเครื่องยนต์เดี่ยว ออกแบบและผลิตโดย บริษัท Saab ประเทศสวีเดนโดยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทน เครื่องบินรบ Saab 37 Viggen และ Saab 35 Draken ในกองทัพอากาศสวีเดน Gripen ทำการบินครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 จากการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมของมันหลังเข้าประจำการทำให้ได้รับความนิยมและสั่งซื้อจากบรรดากองทัพอากาศทั่วโลกระบบเรดาร์ตรวจจับเครื่องบินข้าศึกเป็นของบริษัท Ericsson รุ่น PS-O5 A แบบใหม่ล่าสุดซึ่งมีขีดความสามารถในการตรวจจับเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามในระยะไกลถึง 120 กิโลเมตร ระบบอาวุธนำวิถีรุ่นใหม่เช่น AIM 120 Amraam สามารถติดตั้งใต้ปีกของ JAS-39 Gripen ได้ในทุกตำแหน่ง

นอกจากนั้น JAS-39 Gripen ยังทำการตรวจจับเป้าหมายทั้งทางบก ทางอากาศและทางทะเลโดยนักบินสามารถปรับเปลี่ยนโหมดไปค้นหาเป้าหมายต่างๆ ด้วยเรดาร์ที่มีความแตกต่างกันได้ถึงสี่ตำแหน่ง เครื่องยนต์ Volvo Aero Corporation RM 12 Turbofan จำนวน 1 เครื่อง ให้แรงขับ 18,100 ปอนด์ พื้นฐานเครื่องยนต์จาก General Electric F404 ความเร็วสูงสุดมัค 2.0 หรือสองเท่าของความเร็วเสียง 

7.Mikoyan MiG 35
Mig-35 ใช้เรดาห์ Phazotron Zhuk-AE ASEA ระยะตรวจจับ 160 กิโลเมตร เครื่องยนต์ RD-33MK รุ่นล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมระบบปรับทิศทางแบบ 2 แกน dual OLS ทั้งข้างหน้าและใต้ท้องเครื่อง เป็นเครื่องยนต์ใหม่ รหัส RD-33OVT ท่อท้ายปรับทิศทางแรงขับ เพิ่มสมรรถนะทางการบิน มีความเร็วสูงสุด 2,700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือ 1,700 ไมล์ต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 57,400 ฟิต พิสัยปฏิบัติการไกล 1,000 กิโลเมตร หรือ 620 ไมล์

MiG 35 สามารถขยายพิสัยการบินด้วยการติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองแทน ทำให้ระยะบินไกลสุดเพิ่มขึ้นเป็น 3,500 กิโลเมตรเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่ทันสมัยที่สุดของตระกูล Fulcrum กองทัพอากาศรัสเซียรับมอบ MIG-35 ในปี 2017 นี้โดยจะเข้าประจำการในปี 2018 ลอตแรก 30 ลำ เพื่อเป็นการทดแทนฝูงเครื่องบินขับไล่แบบเก่าทั้งหมด จากยอดออร์เดอร์สั่งผลิตทั้งหมด 170 ลำ 

6.Chengdu J-10
เขี้ยวเล็บที่แหลมคมของพญามังกร J-10 เป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นที่ 3 ของกองทัพอากาศจีน ที่มีพัฒนาการและเทคโนโลยีทางการบินก้าวล้ำเป็นเครื่องยบินรบที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบัน มีประเทศต่างๆ ให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเทศในแถบแอฟริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา ทั้งประเทศลูกค้าดั้งเดิมและลูกค้าหน้าใหม่ที่ใช้เครื่องบินของรัสเซียกับยุโรป ที่กำลังมองหาเครื่องบินรบรุ่นก้าวหน้ามาทดแทนเครื่องบินที่ล้าสมัย และมีอายุการใช้งานมานาน เช่น ประเทศปากีสถาน เป็นต้น ปัจจุบันทางรัฐบาลจีนยังไม่ได้อนุมัติให้ขายเครื่องบินเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ให้กับประเทศใดๆ ทั้งสิ้น อากาศยานรบทุกกาลอากาศ J-10 พัฒนามาเพื่อต่อกรกับ F15j และ F15C เครื่องบินรบ J10b พัฒนาบนพื้นฐาน J10a แต่มีการปรับปรุงให้มีคุณลักษณะทางอากาศพลศาสตร์หรือ aerodynamic ให้ดียิ่งขึ้น

J10b เป็นเครื่องบินรุ่นแรกของจีนที่ติดตั้ง Aesa และมีระบบเครือข่ายลักษณะเดียวกันกับ ICNI (Integrated Communication, Navigation and Identification) system เช่น IRST, IFR, Adv-EW Suite, Low-RCS มีระยะตรวจจับ เป้า 3 ตารางกิโลเมตร ที่ระยะ 160-180 กิโลเมตร และมีระยะตรวจจับ เป้า 1 ตารางกิโลเมตร ที่ระยะ 150 กิโลเมตร J10 แผนแบบในปี 1984 และเข้าประจำการเมื่อปี ค.ศ. 2004 เนื่องจาก J-10 เป็น tailless delta-canard เครื่อง J-10 จึงเป็นเครื่องบินที่ไม่มีเสถียรภาพ หรือ ไม่มีความสมดุลด้วยตัวเอง (aerodynamically unstable) J-10 จึงต้องการระบบควบคุมการบินที่ก้าวหน้า เช่นเดียวกับ J-9 และ J-13 โดย J-10 ใช้ระบบควบคุมการบิน digital quadruplex fly-by-wire หรือ four-channel FBW system พัฒนาและออกแบบโดย CAC โดยใช้ ADA language (software for the FBW system) สำหรับ ควบคุม pitch axis and duplex analog FBW in roll axis และยังควบคุม ค่า G สูงสุด

5.Sukhoi Su-35
Sukhoi Su-35 เครื่องบินรบหลายบทบาทเป็นอากาศยานขับไล่ที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ Su-27 ยังถูกผลิตเพื่อการส่งออกเป็นการแทนที่สำหรับเครื่องบินรัสเซียที่ขายดีอย่าง Su-27 และ Su-29 ความเสถียรและความน่าเชื่อถือของ Su- 35 ได้รับการรับรองโดยกองทัพอากาศรัสเซีย วิศวกรของ Sukhoi ผู้พัฒนาอ้างว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ Su-35 เป็นเครื่องบินรบยุคที่ 4 เป็นอากาศยานที่บินได้เร็วและมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างมาก ด้วยความสามารถและประสิทธิภาพอันสูงส่ง จากอาวุธขนาดหนักที่ขนติดตัวไปได้ครั้งละมากๆ กลายเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวในการต่อสู้ เป็นเงามืดทางด้านการคานกำลังและอาวุธกับพวกตะวันตกที่ยังคงใช้เครื่องขับไล่ยุคที่ 4

Su-35 เป็นเครื่องขับไล่ต่อตีที่เหนือกว่าอากาศยานรบแบบอื่น มีขีดความสามารถในด้านการโจมตีด้วยอาวุธระยะไกลแบบอากาศสู่พื้นดิน เป็นรองจรวดที่เครื่องขับไล่โจมตีของฝ่ายอเมริกันใช้ Su-35 ถูกออกแบบให้โหลดอาวุธได้มากกว่าเครื่องบินรบคู่แข่ง มันมีปีกและลำตัว ที่ออกแบบให้สามารถหิ้วอาวุธยุทโธปกรณ์ติดตัวไปด้วยซึ่งมีน้ำหนักรวมสูงสุดถึง 8,000 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการบรรทุกหิ้วรถยนต์ขนาดเล็กหนัก 1 ตันได้ถึง 8 คัน!!! เครื่องยนต์ Saturn 117S (AL-41F1S) จำนวน 2 เครื่อง สร้างแรงขับดันมหาศาล สามารถบินด้วยความเร็วได้ถึง 2,390 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพ ออกแบบมาเพื่อความเร็วและการบรรทุกอาวุธล้วนๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้เครื่องยนต์ไปถึงความเร็วเหนือเสียงโดยไม่ต้องใช้การจุดสันดาปท้าย เครื่องยนต์มีแรงผลักดันเชิงสามมิติทำให้บินได้คล่องแคล่วมาก อย่างไรก็ตามรัสเซียยังคงมีเทคโนโลยีระบบควบคุมการบินตามหลังชาติตะวันตกอยู่พอสมควร

4.Dassault Rafale
Rafale เป็นอากาศยานขับไล่โจมตีของฝรั่งเศส เป็นเครื่องบินที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานในกองทัพอากาศฝรั่งเศสซึ่งยังรวมไปถึงกองทัพเรือของเมืองน้ำหอมอีกด้วย เครื่องบินขับไล่รุ่นนี้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายบทบาทจากระบบควบคุมการบินแบบใหม่ล่าสุด นอกจากนี้ยังมีมาตรการปรับปรุงการออกแบบลำตัวและใช้เรดาร์แบบพเศษเพื่อการตรวจจับที่ดีขึ้นของเครื่องบินรุ่นนี้ Dassault Rafale ยังเป็นอากาศยานที่บินได้คล่องแคล่วมาก เรดาร์ประสิทธิภาพสูงของ Rafale สามารถติดตามเป้าหมายแยกย่อยได้มากถึง 40 เป้าหมาย และทำการจู่โจมด้วยอาวุธปล่อยได้ถึง 4 เป้าหมายในเวลาเดียวกัน

เครื่องขับไล่โจมตีทุกกาลอากาศ Dassault Rafale ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนของ SNECMA M88-2 turbofan engines จำนวน 2 เครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ 1,995 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีพิสัยบิน 1,050 กิโลเมตร เครื่องบินรุ่นนี้มีสมรรถนะเทียบเท่ากับ F-16 รุ่นใหม่ล่าสุดของพวกอเมริกัน  Rafale จะเป็นรากฐานที่สำคัญของกำลังทางอากาศของฝรั่งเศสจนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

3.Lockheed Martin F-35 Lightning II
F-35 Lightning II เครื่องบินรบแบบอเนกประสงค์หลากหลายบทบาท หนึ่งในสายพันธุ์ของอากาศยานขับไล่โจมตีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านสมรรถนะ ความสามารถของการบินรบจนได้เข้าประจำการในกองกำลังนาวิกโยธินของสหรัฐฯ ในปี 2015 F-35 ได้รับการพัฒนาภายใต้โครงการร่วมมือกับนานาประเทศพันธมิตร วัตถุประสงค์ของการสร้างเครื่องบินรบรุ่นนี้เพื่อแทนที่อากาศยานแบบเก่าที่มีอยู่ ในอนาคตอันใกล้ F-35 จะเข้ามาแทนที่ AV-8B, A-10, F-16 และ F / A-18 ซึ่งเป็นเครื่องบินรบในกองกำลังของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ F-35 ก็ถูกส่งออกไปยังหลายประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ และมีเงินมากพอที่จะจ่ายเพื่อเครื่องบินขับไล่ที่มีความทันสมัย F-35 ใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F135 turbofan (F-35A) จำนวน 1 เครื่อง มีความเร็วสูงสุด 1,931 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินหรือบินไกล 1,600-2,200 กิโลเมตร

อาวุธร้ายแรงประกอบด้วย AIM-9X Sidewinder, AIM-120 AMRAAM, AIM-132 ASRAAM, JSOW, Brimstone, Meteor แถมด้วยปืนใหญ่อากาศ GAU-22/A ขนาด 25-mm อีก 1 กระบอก F-35 มีสมรรถนะที่คล้ายคลึงกับ Lockheed Martin F-22 อย่างไรก็ตามมันมีขนาดเล็กและมีเพียงแค่หนึ่งเครื่องยนต์ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพรางตัว ช่วยลดการตรวจจับของเรดาร์ การออกแบบและวัสดุที่ใช้ฉาบพื้นผิวทำให้ยากที่จะถูกตรวจสอบเมื่อบินในระดับต่ำ บทบาทหน้าที่หลักของ F-35 สามารถดำเนินการในภารกิจป้องกันภัยทางอากาศ, การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิดและการทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี ตัวเครื่องถูกออกแบบให้สามารถเข้ากันได้กับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นดินแบบใหม่ล่าสุด

2.Eurofighter Typhoon (European Union)
ในปี 1986 Eurofighter Typhoon ถูกแผนแบบและสร้างขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มประเทศนาโตอย่าง เยอรมนี, อิตาลี, สหราชอาณาจักร และสเปน ในการพัฒนาเครื่องบินรบหลายบทบาท นับเป็นงานพัฒนาการสร้างเครื่องบินต่อสู้แบบใหม่ที่ดีที่สุด Eurofighter Typhoon ติดตั้งระบบตรวจจับเกินระยะสายตาที่มีความสามารถในการล็อกเป้าหมายครั้งละหลายเป้าเพื่อโจมตีภาคพื้นดิน เครื่องบินลำนี้ติดตั้งขีปนาวุธสายพันธุ์ยุโรปได้ทุกรุ่น Eurofighter Typhoon ติดตั้งเครื่องยนต์ Eurojet EJ200 turbofans จำนวน 2 เครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ 2,125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นอากาศยานสกัดกั้นและต่อตีข้าศึกที่อุดมไปด้วยระบบควบคุมการบินอันทันสมัยและครบวงจร

Eurofighter Typhoon มีความเหนือชั้นในด้านสมรรถนะมากกว่า F-15F ของอเมริกันและเครื่องขับไล่รุ่น Rafale ของฝรั่งเศส โดยมีประสิทธิภาพพอๆ กับเครื่องขับไล่โจมตีของรัสเซียอย่าง Su-27 รวมถึงยังมีความเหนือกว่าในด้านระบบควบคุมการบินที่ก้าวล้ำยุค เจ๋งกว่าสายพันธุ์อากาศยานรบแบบอื่นๆ อีกมากมาย Eurofighter Typhoon ถูกกำหนดให้เป็นรากฐานที่สำคัญของกำลังทางอากาศในยุโรปจนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

1.Lockheed Martin / Boeing F-22 Raptor (USA)
เครื่องบินโจมตีสกัดกั้นที่มีสมรรถนะเหนือกว่าอากาศยานรบทุกแบบในปัจจุบัน F-22 Raptor มีรูปทรงที่เรดาร์รุ่นใหม่เกือบจะไม่สามารถตรวจจับได้ เครื่องบินลำนี้มีทั้งการอำพรางตัว และประสิทธิภาพอันร้ายกาจของอาวุธ มันเป็นเครื่องบินรบที่มีขั้นตอนในการออกแบบ พัฒนาและการผลิตทันสมัยที่สุด และมีราคาแพงมากที่สุดในปัจจุบัน เซนเซอร์และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมท่าทางการบินทางยุทธวิธีมีความก้าวล้ำและทำงานประเมินผลด้วยความเร็วมากกว่ากะพริบตา!! เครื่องยนต์ของ Raptor ถูกออกแบบให้บินด้วยความเร็วสูงในลักษณะ Supercruise พร้อมค็อกพิตระะบบควบคุมการบินที่ลดภารกรรมของนักบิน คอมพิวเตอร์ของระบบควบคุมการบินช่วยให้มันบินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวขณะเข้าต่อตีกับข้าศึก

F-22 Raptor ใช้เครื่องยนต์ Pratt & Whitney F119-P-100 turbofans จำนวนสองเครื่อง ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 2,500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรัศมีทำการไกล 2,590 กิโลเมตร F-22 Raptor เริ่มต้นการพัฒนาเพื่อทำให้มันกลายเป็นเครื่องบินรบที่เหนือชั้นกว่าเครื่องบินฝ่ายตรงกันข้าม อย่างไรก็ตาม ความก้าวล้ำของมันและประสิทธิภาพที่สูงส่งกว่าเครื่องบินแทบจะทุกแบบตั้งแต่การเปิดตัวทำให้ F-22 Raptor เป็นภัยคุกคามทางอากาศที่น่ากลัวของประเทศอื่น ๆ Raptor นั้นมีศักยภาพสูงทางการบิน การอำพรางตัวและอาวุธปล่อยที่ร้ายแรง ทำให้สหรัฐอเมริกาไม่เคยนำเสนอขายเครื่องรุ่นให้กับลูกค้าหรือพันธมิตรอื่น ๆ แม้กระทั่งกองกำลังนาโตก็ยังไม่มีใช้ นับเป็นเครื่องบินรบที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เข่นฆ่ากันเองอย่างหน้าตาเฉย!

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top