‘ไอเอ็มซี’คาด 8 เทคโนโลยีมาแรงในปีหน้า

วันนี้( 21  เดือนพฤศจิกายน) ดร.ธนชาติ นุ่มนันท์ ผู้อำนวยการ สถาบัน ไอเอ็มซี( IMC) เผยถึง เทรนด์ เทคโนโลยี ปี 2018 ว่า มี 8 ไฮไลท์เทคโนโลยีที่เด่นแล้วก็น่าจับตาหมายถึง1.เอไอ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ จะถูกประยุกต์ใช้ในเครื่องมือต่างๆมากเพิ่มขึ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นภายหลังเมืองไทยมีนโยบายไทยแลนด์  4.0  ทำให้นักเขียนโปรแกรมเริ่มหันมาปรับปรุงเอไอเพิ่มมากขึ้น
 

 2.โมบาย เพย์เมนท์ แล้วก็ อีวอร์เล็ต จะมา โดย หลายแบงค์ในไทยจะลงมาเล่นในตลาดนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังรัฐบาลเกื้อหนุนพร้อมเพย์ แล้วก็ทำโครงงาน อี-เพย์เม้นท์ของภาครัฐ เกื้อหนุนให้ประชาชนลดการใช้เงินสดสำหรับเพื่อการจ่ายเงิน 3.ไอล่วงเวลา หรืออินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ทุกหน่วยงานจะมีการนำไอล่วงเวลามาปรับใช้ โครงงานสมาร์ทสิตี้ของภาครัฐ โดยมีปัจจับที่่ผลักดัน เป็น  กสทช.  มีการอนุมัติคลื่น ลอร่า(LoRA) เพื่อใช้งาน ไอล่วงเวลา

 
ส่วน 4.เป็น คลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่หน่วยงานต่างๆจะมีการลงทุนและก็ให้ความเอาใจใส่ในด้านนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุ๊ปธุรกิจ เอสเอ็มอี 5. บิ๊กดาต้า  ภาครัฐเริ่มให้ความเอาใจใส่สำหรับเพื่อการเก็บข้อมูลเอามาพินิจพิจารณาเพื่อดำเนินธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น กรุ๊ปแบงค์ และก็ธุรกิจโทรคมนาคม 6.ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ ภายหลังจากมีกระแสการโจมหนทางไซเบอร์ในปีนี้ ทำให้ทุกหน่วยงานหันมาลงทุนในหัวข้อนี้มากขึ้น 7. เทคโนโลยีบล็อก ศาสนาเชน โดยสถานที่บันการคลัง เริ่มมีการประยุกต์ใช้ในธุรกิจแล้ว และก็ 8. เทคโนโลยีเออาร์และก็ วีอาร์ จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่เริ่มเข้ามามีบาทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการใช้สำหรับการเรียนการเรียนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่ใช้ในเกม


 

ดร.ธนชาติ กล่าวต่อว่าต่อขาน การมาของเทคโนโลยีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว จะทำให้มีการเปลี่ยนในหลายธุรกิจ อย่างเช่น ภาคการคลัง  ขายปลีก และก็โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆพวกธุรกิจเอสเอ็มอีควรมีการปรับตัวเยอะขึ้น เนื่องจากว่าถึงสมัยที่เทคโนโลยีสารสนเทศเริ่มบอกให้พวกเราดำเนินการ
 

ดังนี้เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาแรงในปีต่อไปสำหรับในไทยน่าจะเป็นเรื่อง ดิจิตอล เพย์เม้นท์ โมบาย เพยเม้นท์ รวมทั้งอีวอร์เล็ต ข้างหลังภาครัฐผลักดันพร้อมเพย์ และก็ทำแผนการเนชั่นแนล อีเพย์เม้นท์  รวมทั้งแบงค์ต่างๆกำลังเพิ่มร้านขายของที่รับคิวอาร์ เพย์เม้นท์  อย่างก็ตามยังมั่นใจว่าเรื่องสังคมไม่มีเงินสด ยังไม่ใช่ปีถัดไปจำเป็นต้องใช้เวลาอีก 3-5 ปี   แต่ว่าจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงความประพฤติ ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้คนประเทศไทยใช้สมาร์ทโฟนเยอะขึ้น รวมทั้งนับว่าเป็นจุดเริ่มแรกสำหรับเพื่อการเปลี่ยนสู่สังคมไม่มีเงินสดในอนาคต
 
 
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top