อ่าน 'แอปเปิ้ล'แถลงเต็มๆ! ขอโทษทำสาวกผิดหวัง ขอลดราคาเปลี่ยนแบตเหลือ 940 บาท

บีบีซีรายงานว่า แอปเปิ้ล ผู้พัฒนาไอโฟนจากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่แถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงรายละเอียดหลังตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างเผ็ดร้อนจากผู้เชี่ยวชาญไอทีและผู้ใช้บริการกรณีที่มาตรการในระบบปฏิบัติการไอโอเอสของแอปเปิ้ลส่งผลให้เครื่องไอโฟนหลายรุ่นมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งแอปเปิ้ลออกมายอมรับและอ้างว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการดังกล่าวเนื่องมาจากแบตเตอรีในไอโฟนที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาอาจส่งผลให้เครื่องไอโฟนหยุดทำงานกระทันหันและกระทบต่อประสบการณ์การใช้งาน แต่ถูกผู้บริโภคบางส่วนฟ้องร้องดำเนินคดีและโจมตีว่าเป็นความพยายามที่ต้องการบีบคั้นให้ซื้อเครื่องไอโฟนรุ่นใหม่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งคำถามว่า เหตุใดแอปเปิ้ลจึงไม่แจ้งมาตรการนี้ต่อผู้ใช้ไอโฟนแต่แรกเมื่อเริ่มใช้ในปี 2559 แต่กลับออกมายอมรับหลังโดนผู้เชี่ยวชาญและผู้บริโภคจับได้

แถลงการณ์แอปเปิ้ล ระบุว่า จะลดราคาค่าบริการการเปลี่ยนแบตเตอรีในไอโฟนลงทั่วโลกเหลือ 29 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 940 บาท จากเดิม 79 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,500 บาท ทั่วโลก พร้อมขอโทษที่แอปเปิ้ลทำให้ผู้ใช้บางส่วนรู้สึกผิดหวัง แต่ยืนยันว่าแอปเปิ้ลไม่เคยมีเจตนาและจะไม่มีวันดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อทำให้ไอโฟนมีอายุการใช้งานสั้นลง หรือบั่นทอนประสบการณ์การใช้งานเพื่อกดดันให้ผู้ใช้ต้องซื้อเครื่องรุ่นใหม่โดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ ทางแอปเปิ้ล ระบุว่า จะอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ในไอโอเอสเพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบการเสื่อมสภาพของแบตเตอรีได้อย่างชัดเจนภายในต้นปีหน้าด้วย

แถลงการณ์ฉบับเต็มพาดหัวว่า คำชี้แจงต่อลูกค้ากรณีประสิทธิภาพและแบตเตอรีของไอโฟน (A Message to Our Customers about iPhone Batteries and Performance) ลงวันที่ 28 ธ.ค. 2560 ระบุว่า

จากที่แอปเปิ้ลได้รับฟังเสียงตอบรับของลูกค้าเกี่ยวกับมาตรการที่แอปเปิ้ลดำเนินการกรณีประสิทธิภาพของไอโฟนหลายรุ่นที่มีแบตเตอรีเก่า และการชี้แจงของแอปเปิ้ลต่อกรณีที่เกิดขึ้น แอปเปิ้ลตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าบางส่วนรู้สึกผิดหวัง ซึ่งทางแอปเปิ้ลขอโทษต่อกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นนั้นมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นหลายประการ ดังนั้นแอปเปิ้ลจึงต้องการสร้างความชัดเจน และแจ้งการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินการใหม่ล่าสุดจากแอปเปิ้ล

ประการแรก ขอยืนยันว่าแอปเปิ้ลไม่เคยมีเจตนาและจะไม่มีวันดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อทำให้ไอโฟนมีอายุการใช้งานสั้นลง หรือบั่นทอนประสบการณ์การใช้งานเพื่อกดดันให้ผู้ใช้ต้องซื้อเครื่องรุ่นใหม่โดยเด็ดขาด โดยเป้าหมายของแอปเปิ้ล คือ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้ารัก การทำให้ไอโฟนใช้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อเป้าหมายดังกล่าว

แบตเตอรีเสื่อมได้อย่างไร
แบตเตอรีที่สามารถชาร์จได้ทุกชนิดมีอายุการใช้งานจำกัด มีประสิทธิภาพลดลง และสามารถเก็บประจุไฟได้น้อยลงตามปฏิกิริยาเคมีที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม เวลาที่ผ่านไป และจำนวนครั้งที่ชาร์จนั้นไม่ใช่ปัจจัยเดียวต่อการเสื่อมสภาพของปฏิกิริยาเคมีดังกล่าว

ปัจจัยอื่นที่สามารถกระทบต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรีได้ เช่น การชาร์จแบตเตอรีทิ้งไว้ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น สิ่งนี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของแบตเตอรีลิเธียม-ไอออนทั้งหมดในอุตสาหกรรม

แบตเตอรีที่เสื่อมสภาพจะมีความสามารถในการส่งแรงดันไฟฟ้าสูงสุดได้ลดลง โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจุไฟต่ำ (แบตฯ ใกล้หมด) ซึ่งในบางกรณีอาจส่งผลให้อุปกรณ์ปิดการทำงานเอง ผู้ใช้สามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเสื่อมสภาพได้ตามลิงค์ https://support.apple.com/en-us/HT208387

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่แอปเปิ้ลคิดได้ทันทีว่า การที่อุปกรณ์จะหยุดทำงานลงกระทันหันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากแอปเปิ้ลไม่ต้องการให้ผู้ใช้พลาดการติดต่อสนทนา หรือพลาดที่จะถ่ายภาพนาทีสำคัญต่างๆ ตลอดจนรบกวนการใช้งานไอโฟน

มาตรการป้องกันการหยุดทำงาน
เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน ไอโอเอส 10.2.1 มีฟีเจอร์ใหม่ที่ทางแอปเปิ้ลอัพเดทเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงานในช่วงที่มีการใช้งานหนัก ซึ่งแบตเตอรีต้องจ่ายพลังงานในอัตราแรงดันไฟสูงสุด เพื่อป้องกันการหยุดทำงานกะทันหันในเครื่องไอโฟนรุ่น ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส ไอโฟน 6เอส ไอโฟน 6เอส พลัส และไอโฟน เอสอี

อัพเดทดังกล่าวทำงานโดยปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพสูงสุดของอุปกรณ์บางชนิดภายในเครื่องอย่างต่อเนื่องกรณีเกิดความเสี่ยงที่เครื่องอาจหยุดทำงานกระทันหัน โดยการทำงานลักษณะนี้ผู้ใช้อาจไม่รู้สึกได้ แต่ในบางกรณีผู้ใช้อาจพบว่าเปิดแอพพลิเคชั่นได้ช้าลง และประสิทธิภาพอื่นๆ ลดลง ซึ่งผลตอบรับจากผู้ใช้ต่อ ไอโอเอส 10.2.1 นั้นเป็นไปในทางบวก เพราะมาตรการนี้แก้ไขปัญหารการหยุดทำงานกะทันหันได้สำเร็จ ส่งผลให้ทางแอปเปิ้ลนำมาตรการดังกล่าวมาเริ่มใช้ในไอโฟน 7 และ ไอโฟน 7 พลัส ในไอโอเอส 11.2

และเป็นที่แน่นอนว่า หากผู้ใช้เปลี่ยนแบตเตอรีใหม่ใส่ในไอโฟนรุ่นดังกล่าว ประสิทธิภาพของไอโฟนจะกลับมาทำงานได้เต็มที่เช่นเดิมภายใต้สภาพแวดล้อมปกติ

กระแสตอบรับจากผู้ใช้ช่วงที่ผ่านมา
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แอปเปิ้ลได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บางส่วนว่าประสบปัญหาเครื่องไอโฟนทำงานช้าลงในบางกรณี โดยจากประสบการณ์แล้ว แอปเปิ้ลคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการผสมกันของปัจจัย 2 สิ่ง ได้แก่ ผลกระทบชั่วคราวต่อประสิทธิภาพเครื่องหลังเพิ่งอัพเกรดไอโอเอส เพราะไอโฟนจะต้องอัพเดทแอพพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ต่างๆ และอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ข้อบกพร่อง หรือบัคในไอโอเอสใหม่ช่วงแรก ซึ่งทางแอปเปิ้ลอัพเดทแก้ไขแล้ว

การตรวจสอบล่าสุด ทำให้แอปเปิ้ลเชื่อว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวคือ การเสื่อมสภาพของปฏิกิริยาเคมีในแบตเตอรีที่อยู่ภายในไอโฟน 6 และไอโฟน 6เอส ซึ่งหลายเครื่องยังคงใช้แบตเตอรีก้อนแรกที่มากับเครื่อง

มาตรการแก้ไขข้อกังวลของลูกค้า
ทางแอปเปิ้ลมีความต้องการให้ลูกค้าสามารถใช้ไอโฟนได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และแอปเปิ้ลมีความภาคภูมิใจที่ผลิตภัณฑ์ของทางค่ายได้รับการยอมรับว่ามีความคงทน และมีการคงมูลค่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์ของค่ายคู่แข่ง

ดังนั้นทางแอปเปิ้ลจะดำเนินมาตรการเพื่อรองรับข้อกังวลของลูกค้า และเป็นการแสดงความตอบแทนความนิยมของลูกค้า รวมทั้งเพื่อเรียกความมั่นใจของผู้ที่มีความเคลือบแคลงสงสัยในความตั้งใจของแอปเปิ้ล

1.แอปเปิ้ลจะดำเนินการลดราคาค่าให้บริการการเปลี่ยนแบตเตอรีในไอโฟนทุกรุ่น เหลือ 29 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 940 บาท จากเดิม 79 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,500 บาท ทั่วโลก ตลอดปี 2561 เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนม.ค. ปีหน้าเป็นต้นไป (รายละเอียดติดตามได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแอปเปิ้ล)

2.แอปเปิ้ลจะดำเนินการอัพเดทฟีเจอร์ใหม่ในไอโอเอสในช่วงต้นปีหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรีในเครื่องไอโฟนของตัวเองได้ เพื่อให้ทราบว่าแบตเตอรีที่เสื่อสภาพกำลังกระทบประสิทธิภาพเครื่องหรือไม่

3.แอปเปิ้ลจะยังคงเดินหน้าหาหนทางใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมประสบการณ์การใช้ของลูกค้าให้ดีขึ้น รวมไปถึงการปรับปรุงการบริหารประสิทธิภาพเครื่อง และการป้องกันอาการหยุดทำงานกะทันหันของเครื่อง

“ความไว้วางใจของลูกค้าคือทุกสิ่งสำหรับเรา และเราจะไม่หยุดทำงานเพื่อสร้างและรักษาความไว้วางใจนั้นไว้ เพราะเราสามารถสร้างสรรค์ผลติภัณฑ์เหล่านี้ได้เป็นผลมาจากความศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้า เราไม่มีวันที่จะลืม หรือหยุดที่จะมองเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น”

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top