ล่ารายชื่อจี้ผู้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ “น้องเมย” ลาออก-ยกเลิก "ธำรงวินัย" ด้วยความรุนแรง

ช่วงวันที่ 23 พฤศจิกายน นักข่าวแถลงการณ์ว่ามีการรณรงค์ล่ารายนามจัดเตรียมส่งทัพบก กรณีการตายของ “น้องเมย” โดยบอกว่ามีจุดหมายให้ข้าราชการแล้วก็ผู้สั่งการที่เกี่ยวเนื่องกับการตายลาออก สำหรับแนวทางแล้วก็เหตุผลจากที่กำหนดในเวปไซต์ change.org มีดังนี้

ตอนวันที่ 17 ต.ค.ก่อนหน้านี้ นายภคโคตร ตัญกาญจน์ หรือ “น้องเมย” ผู้เรียนเรียนจัดแจงทหารชั้นปีที่ 1 ได้เสียชีวิตภายหลังจากกลับเข้ารับการฝึกหัดที่สถานศึกษานายร้อยได้เพียงแค่ 24 ชั่วโมง โดยทางสถานศึกษาได้แจ้งกับทางเครือญาติว่าน้องเมยเสียชีวิตจากสภาพการณ์หัวใจหยุดเต้นรุนแรง เรื่องดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทุกๆปี เด็กนักเรียนนายร้อย และก็ทหารเกณฑ์ หลายชิ้นจำเป็นต้องเสียชีวิตจากวัฒนธรรมการใช้ความร้ายแรงของการกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม การซ่อมแซม หรือการ “รักษาระเบียบ” นอกเหนือจากนี้ หัวหน้าระดับที่ค่อนข้างสูงของกองกองทัพ แล้วก็รัฐบาล ยังได้แสดงทัศนคติต่อเรื่องราวดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วอย่างกับคือเรื่องธรรดา ทั้งยังอ้างถึงว่าน้องเมยเสียชีวิตด้วยปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ความเพียรพยายามของการกองทัพสำหรับในการสร้างความเป็นธรรมให้กับวัฒนธรรมชั่วร้ายร้ายแรงของตนแบบนี้ ก็เลยพอๆกับการบอกกับสังคมไทยว่า “น้อยเมยจะไม่ใช่ศพท้ายที่สุด” รวมทั้งวัฒนธรรมการใช้พลังภายในกองทัพก็จะยังคงอยู่คู่สังคมไทยถัดไป

ในฐานะพสกนิกรไทย พวกเราไม่อยากมองเห็นบุตรหลานของเราที่มีหัวดวงใจรับใช้ชาติจำต้องเผชิญกับชะตาชีวิตดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แคมเปญนี้ก็เลยเกิดขึ้น เพื่อสะท้อนเสียงที่ความรู้สึกไม่ชอบใจของพสกนิกรให้กองทัพนำไปปรับแต่งและก็ปรับปรุงหน่วยงานของตนเองให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล แล้วก็ค่าระบบประชาธิปไตย โดยมีคำเรียกร้องดังนี้

1. กองทัพต้องปฏิบัติงานสอบปากคำผู้ข้าราชการผู้มีส่วนเกี่ยวโยงกับการตายของน้องเมยอปิ้งครอบคลุมและก็โปร่งใสตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการ จนกระทั่งข้าราชการผู้ปฏิบัติการ แล้วก็เผยผลของการซักถามต่อสาธารณะ

2. ให้มีตัวแทนจากองค์กรอิสระดังเช่นว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมสำหรับเพื่อการสอบปากคำด้วย ดังนี้เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีการโกง หรือการใช้ความโดยข้าราชการของกองกองทัพ กองทัพชอบทำหน้าที่ตรวจตรากองทัพร่วมกันเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการขัดแย้งกันที่ผลตอบแทน (conflict of interests) ทำให้หมู่ชนไม่อาจจะมั่นอกมั่นใจได้เลยว่าวิธีการวิเคราะห์ของกองกองทัพโดยกองทัพ จะก่อให้ได้ข้อมูล รวมทั้งข้อพิสูจน์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์

3. เมื่อปฏิบัติการวิเคราะห์สำเร็จแล้ว ข้าราชการที่ถูกวินิจฉัยว่ามีความผิดทุกคนต้องลาออกจากราชการ แล้วก็ถูกฟ้องร้องจนกว่าจะถึงที่สุดทั้งยังในทางระเบียบ แพ่ง รวมทั้งอาญา โดยจะต้องไม่มีการคุ้มครองป้องกันพรรคพวก หรืออะลุ่มอะล่วยอะไรก็แล้วแต่

4. กองทัพต้องทดแทนค่าชดเชย รวมทั้งค่าแก้ไขจิตใจ ให้กับครอบครัวของเหยื่ออย่างครอบคลุม

5. ยกเลิกมาตรการการ “รักษาระเบียบ” ที่ใช้กำลัง และก็หามาตรการอื่นที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน แล้วก็ความปลอดภัยในชีวิตของคนรับการฝึกหัด

ดังนี้ พวกเรามั่นใจว่าการกระทำตามคำเรียกร้องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเป็นสร้างบรรทัดฐาน แล้วก็ผลักดันภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับทางกองทัพ และก็ชาติได้อย่างดีเยี่ยม

#JusticeforMeay

 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top