บุกโรงงานผลิต! ‘มือถือจากจีน’ จริงไหมที่พูดกันว่า ปลอดภัย ได้มาตรฐาน?

อย่างที่เราได้ยินกันมาตลอดว่าสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันผลิตจากโรงงานในประเทศจีน …แต่ช้าก่อน อย่ามองว่าสินค้าที่ผลิตจากจีนจะมีคุณภาพต่ำเสมอไป เพราะเดี๋ยวนี้โรงงานผลิตในประเทศจีนมีมาตรฐานกว่าสมัยก่อนมาก

ไม่นานมานี้ นางร้ายไอที มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย กรุ๊บ ณ เมืองเซินเจิ้น ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของหัวเว่ยในประเทศจีน โดยเฉพาะในส่วนของห้องปฏิบัติการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โอ้โหคุณขา…เจ๊บอกเลยว่าไม่คิดจริงๆ ว่าแหล่งผลิตเค้าจะอลังการงานสร้าง ไฮซ้อ ไฮโซ ได้ขนาดนี้ วันนี้ นางร้ายไอที จึงไม่ได้จะมา แกะกล่องไอที แบบทุกครั้ง แต่จะพาทุกท่านไปแกะห้องปฏิบัติการที่สำนักงานใหญ่หัวเว่ยกัน

ก่อนอื่นเจ๊ต้องเริ่มอธิบายก่อนว่า หัวเว่ย เติบโตจากบริษัทเล็กๆ ในประเทศจีน จนปัจจุบันนี้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกในเชิงเทคโนโลยี สำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยก็เช่นกัน ที่หัวเว่ยนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เห็นได้ว่าล่าสุดนี้เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Mate 10 pro ไปหมาดๆ ทำให้ทางบริษัทมั่นใจว่าในปีนี้จะสามารถทำรายได้ทะลุเป้าที่วางไว้อย่างแน่นอน

เกริ่นมาขนาดนี้…อยากรู้อยากเห็นกันแล้วล่ะสิ! นางร้ายไอทีจะพาผู้อ่านทุกอ่านไปเยี่ยมชมห้อง Testing Lab หรือห้องปฏิบัติการทดสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของ R&D (Research and Development) หรือก็คือขั้นตอนในการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพให้กับสินค้า ซึ่งสำหรับหัวเว่ย…ขั้นตอนนี้จะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพในการดีไซน์ผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะเป็นดีไซน์ที่สมบูรณ์แบบ ต้องผ่านการเทสต์ในห้อง lab นี้ก่อน เพื่อให้มั่นในว่าทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมานั้น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อที่ต่อไปในส่วนของการผลิตจริงนั้นจะคงคุณภาพไว้ได้อย่างเต็มที่

ห้องปฏิบัติการทดสอบความทนทานต่อสิ่งแวดล้อม

ในห้องปฏิบัติการนี้ มีการสร้างสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศที่โหดร้ายที่สุด เพื่อทดสอบว่าโทรศัพท์มีความสามารถและทำงานได้ในที่ที่มีอุณหภูมิหรือความชื้นสูงมาก หรือมีอุณหภูมิต่ำมาก หรือมีการใช้งานนานได้แค่ไหน เพื่อประเมินว่าโทรศัพท์จะสามารถทำงานได้ปกติเต็มที่ได้เป็นระยะเวลานาน

เครื่องทดสอบการเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหัน สลับร้อน-เย็น เครื่องอบอุณหภูมิสูง เพื่อทดสอบความคงทนของสายชาร์จ ภาพเครื่องทดสอบอุณหภูมิ สภาพอากาศ ความชื้น และสิ่งแวดล้อม ทดสอบชิ้นส่วนสมาร์ทโฟนในอุณหภูมิสูง-ต่ำ ตั้งแต่ -40 องศา ไปจนถึงความร้อน 70 องศา

ส่วนอีกห้องหนึ่งนั้น เรียกว่า ห้องปฏิบัติการทดสอบความทนทานเชิงกล ซึ่งห้องปฏิบัติการนี้สร้างสถานการณ์จำลองที่พบได้ในแต่ละวันทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน เพื่อประเมินว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถสนองความต้องการในการใช้งานประจำวันได้ดีหรือไม่

แน่นอนว่าแต่ละขั้นตอนที่กล่าวมา หัวเว่ย ใช้เครื่องจักรคุณภาพสูง (ซึ่งราคาแพงมากกกกกกก เจ๊อบากใส่ ก.ไก่ซักล้านตัว) และที่สำคัญคือทันสมัยสุดๆ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการทดสอบ

ทดสอบการตกกระแทกของสมาร์ทโฟนทุกมุมจากความสูง 50 ซม. ลงบนพื้นผิวหิน ทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างสายชาร์จ-อแดปเตอร์ ในกรณีที่มีการดึงเข้า-ออกบ่อยๆ ปุ่มปรับเสียงขึ้น-ลง ประมาณ 50,000 ครั้ง ทดสอบการบิดงอของสายชาร์จ ทดสอบการบิดงอของตัวเครื่อง เครื่องจะทำการดันสายชาร์จสลับไป-มา เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน

นี่น่าสนใจคือ การทดสอบปุ่มปรับเสียงขึ้น-ลง ในส่วนของสแตนดาร์ด ต้องเกิดขึ้นประมาณ 50,000 ครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้วต้องเทสต์ประมาณ 1 ล้านครั้ง หรือลองจนกว่าปุ่มจะพัง ซึ่งแน่นอนว่ามากกว่า 1 ล้านครั้ง 

ภาพทดสอบปุ่มด้านข้าง

ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับการได้เข้าไปชมกระบวนการ R&D Test เพราะเจ๊ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ากว่าจะมาเป็นสามาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวี่วันนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะค้นคว้าวิจัย ทดสอบจนได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจทั้งมาตรฐานและคุณภาพ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ สมาร์ทโฟนของหัวเว่ย จะสามารถกุมหัวใจผู้บริโภคไว้ได้อยู่หมัด

ครั้งหน้า นางร้ายไอทีจะพาไปรีวิวอะไร รอติดตามกันให้ดีนะพวกเธอ!

รัก.

ที่มาของเนื้อหา : www.thairath.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top