ตะลุยอาณาจักร "หัวเว่ย" ราชาแห่งโทรคมนาคมโลก

“จันท์เกษม รุณภัย”

ตอนหลายปีล่วงมาแล้วนี้ “หัวเว่ย” จากดินแดนมังกร ผงาดเป็นค่ายผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นหนึ่งในวงการเทคโนโลยีสารสนเทศโลก กระทบไหล่ค่ายซัมซุง ที่ประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งแอปเปิ้ล ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งที่ยังไม่ตายที่รู้จักในกลุ่มผู้ซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆข้างหลังการเปิดตัวสมาร์ตโฟน รุ่นพี 20 และก็ พี 20 โปร สร้างความตื่นตะลึงงันด้วยการเป็นสมาร์ตโฟนที่มีกล้องที่เอาไว้สำหรับถ่ายภาพที่เหมาะสมที่สุด รวมทั้งเป็นสมาร์ตโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์ เครื่องแรกของโลก

ทั้งเป็นของรางวัลลุ้นโชคในกิจกรรม “ข่าวด่วน-ความเห็นชน บอลโลก 2018” ที่จะมีการจับคูปองผู้โชคดีวันที่ 25 เดือนกรกฎาคม นี้

ด้วยการบรรลุเป้าหมายสำหรับการหาจุดขายของค่ายในช่วงเวลาอันสั้น โน่นเป็น เลนส์มาตรฐานไลก้า เช่นเดียวกันกับซัมซุงที่มีจอภาพซูเปอร์ อะโมเหลด และก็ไอโฟนที่มีระบบระเบียบดำเนินการไอโอเอส ทำให้หัวเว่ยเป็นด้ามจับตามองของสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ

แต่ทว่าธุรกิจสมาร์ตโฟนของหัวเว่ยเป็นเพียงแต่หนึ่งในร่างกายเล็กๆของหน่วยงานผู้พัฒนารวมทั้งผลิตเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นเอกชนที่มีมูลค่าสินทรัพย์ชั้นที่ 83 ของโลก

เดี๋ยวนี้ หัวเว่ย เป็นเลิศในผู้ส่งเสริมรายสำคัญต่อการปรับปรุงเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารจากสมัยที่ 4 ไปเป็นสมัยที่ 5 หรือ 5 จี

พูดได้ว่า หัวเว่ย ยอดเยี่ยมในยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจโทรคมนาคมของโลกอย่างยิ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่ค่ายสมาร์ตโฟนธรรมดา

เพื่อทำความรู้จักกับ หัวเว่ย อย่างแจ่มแจ้ง ข่าวเด่นได้รับช่องทางเดินทางไปเยี่ยมถิ่นหัวเว่ยถึงดินแดนมังกร อันเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจโทร การติดต่อสื่อสารนี้ ทั้งๆที่กรุงปักกิ่ง ที่ตั้งของศูนย์ต้อนรับแล้วก็จัดโชว์ของใหม่ของค่าย และก็สำนักงานใหญ่ที่นครเสิ่นเจิ้น ซิลิคอนวัลเลย์ที่ทวีปเอเชีย แหล่งบ่มเพาะสิ่งใหม่ด้านอุปกรณ์ของโลก

เสิ่นเจิ้นกลายเป็นที่ตั้งของเอกชนยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิเช่น ฟ็อกซ์คอนน์ ผู้สร้างไอโฟน แล้วก็เท็นเซ็นต์ ผู้แทนจำหน่ายเกมออนไลน์ค่าการตลาดอันดับที่หนึ่งของโลก ในเวลาที่ซิลิคอน วัลเลย์ ในสหรัฐจากเดิมที่เคยกินรวบ เดี๋ยวนี้เน้นย้ำเป็นแหล่งบ่มเพาะของใหม่ทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากยิ่งกว่า

ธุรกิจของหัวเว่ย แบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ตัวอย่างเช่น เทเลคอม ห่วงใยเรียร์ เน็ตเวิร์ก (Telecom Carrier Networks) เป็นส่วนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนารวมทั้งสร้างเครือข่ายโทรคมนาคม

เอ็นเตอร์ไพรส์ บิสิเนส กลุ่ม หรืออีบีจี (Enterprise Business Group) ปฏิบัติภารกิจรับผิดชอบดูแลด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์โซลูชั่น และก็การให้บริการด้านการโทรคมนาคมกับลูกค้ารายใหญ่ เป็นต้นว่า หน่วยงานขนาดใหญ่ แล้วก็รัฐบาล 

สุดท้ายหมายถึงคอนซูเมอร์ บิสิเนส กลุ่ม หรือซีบีจี (Consumer Business Group) ดูแลสินค้าเพื่อลูกค้า เป็นต้นว่า คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ตโฟน รวมทั้งอื่นๆซึ่งกลุ่มนี้เองที่มีชื่อเสียงกันในวงการคนซื้อว่า “หัวเว่ย” แม้กระนั้นเมื่อทำความเข้าใจกับข้อมูลดังที่กล่าวถึงมาแล้วแล้วจะพบว่าเป็นเพียงแค่หนึ่งในแกนหลักของหน่วยงานยักษ์ใหญ่นี้แค่นั้น

เคลเมนต์ หว่อง หัวหน้าฝ่ายการตลาดสุดยอดของกรุ๊ปซีบีจี พูดว่า หัวเว่ยเป็นหน่วยงานเอกชนด้านโทรคมนาคมที่เป็น ผู้ผลิตโครงข่ายทางด้านที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารราวหนึ่งในสามของโลก โดย “ปัญญาประดิษฐ์”หรือ เอไอ นับว่าเป็นวิสัยทัศน์การพัฒนาด้านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์ในขั้นถัดไปของหัวเว่ย ต่อจากอินเตอร์เน็ต กำลังไฟฟ้า และก็การติดต่อสื่อสารผ่านทวีป

หัวเว่ยมีจุดมุ่งหมายจะบุกตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศด้วยการอาศัยจุดแข็งของใหม่ 7 อย่าง ด้วยความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่าเป็นสิ่งที่ศีรษะเว่ยเด่นที่สุดกว่าเจ้าอื่นๆ

การผลิตสมาร์ตโฟนที่ดีเยี่ยมที่สุด ข้างหลังการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นพี 20 และก็พี 20 โปร ที่ได้เสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างเหลือเฟือ ไม่ว่าจะเป็นข้อดีกล้องถ่ายภาพข้างหลัง 3 เลนส์ มาตรฐานไลก้า ประเทศเยอรมนี ที่มีประสบการณ์วางแบบเลนส์กล้องถ่ายภาพมานานกว่า 100 ปี รวมทั้งการเล่นเฉดสีใหม่แบบทไวไลต์ ที่ให้สีออกมาเป็นลักษณะไล่โทนสี หรือเกรเดียนต์เจ้าแรกของโลก โดยนายหว่องเผยถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังเทคโนโลยีดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ทางวิศวกรของ หัวเว่ยไม่มีการพ่นสีลงไปบนตัวเครื่อง แม้กระนั้นใช้โลหะพิเศษพ่นฉาบลงไปแทน โดยโลหะจำพวกนี้มีความพิเศษตรงที่แม้กระทบ กับแสงสว่างขาวแล้วจะให้สีที่ ไม่เหมือนกันออกไปสังกัดความดกของชั้นโลหะ ส่วนความดกของชั้นโลหะนี้มีความไม่เหมือนกันในระดับนาโนเมตร

ชิพประเมินผล หรือเอสโอซี ซึ่งมีระบบระเบียบประเมินผลเฉพาะสำหรับเอไอฝังเอาไว้ในชิพ ได้แก่ HiSilicon Kirin 970 ที่เป็นขุมพลังของเครื่องพี 20 และก็พี 20 โปร ต่างจากเอสโอซีทั่วๆไปที่ไม่มีแกนประเมินผลสำหรับเอไอ

กล้องที่เอาไว้ถ่ายภาพประสานเอไอ ด้วยสิทธิพิเศษการนำเสนอ กล้องถ่ายภาพเอไอ หรือเอไอค้างเมร่า คราวแรกของโลกผ่านเครื่องพี 20 และก็พี 20 โปร หัวเว่ยพิสูจน์ให้ลูกค้ามองเห็นแล้วว่า รูปที่สวยชัดเจนไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยมือของผู้ชำนาญอีกต่อไป 

แบตเตอรี่ที่ขนาดประจุสูง และก็ไม่มีอันตราย จากที่ทางศีรษะเว่ยได้ใส่ด้านในเครื่องพี 20 แล้วก็พี 20 โปร ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่ไม่เคยมีประวัติไม่บริสุทธิ์ ทำให้ผู้ใช้มีเครื่องใช้ไม้สอยติดต่อที่มีช่วงเวลาการใช้แรงงานช้านาน

ระบบการชาร์จไฟเร็วที่ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมยุโรป อันเป็นหนึ่งในมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เคร่งครัดแล้วก็ได้รับการยืนยันยากที่สุดในโลก แม้กระนั้นหัวเว่ยก็ได้มาแล้ว

เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารสมัยที่ 5 หรือ 5 จี ในฐานะที่ศีรษะเว่ยยอดเยี่ยมในผู้สนับสนุน ปรับปรุง และก็ก่อสร้างเครือข่าย คนซื้อก็เลยเชื่อมั่นได้ว่าวัสดุอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารของหัวเว่ยจะเกื้อหนุน 5 จี อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลที่เยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ รวมทั้งการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เป็นเยี่ยมในจุดที่ศีรษะเว่ยพิจารณาถึงสูงที่สุด

“คนทั่วๆไปพอใช้ได้ยินชื่อหัวเว่ย ก็จะระลึกถึงจีน และจากนั้นก็จะกำเนิด มายาคติที่ว่า เมด อิน ไชน่า เป็นของไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ ผมไม่คิดแบบนั้นนะ เนื่องจากสินค้าของหัวเว่ยนั้นได้รับการพัฒนา วางแบบ และก็ผลิตโดยพนักงานจากทั่วทั้งโลก นับว่าเป็นสินค้าที่ เมด บาย เดอะ เวิลด์เป็นคนทั่วโลกช่วยเหลือกันทำ” ประธานข้างการตลาดสุดยอดของ หัวเว่ยซีบีจี กล่าว

หัวเว่ยมีฐานการออกแบบรวมทั้งปรับปรุงสินค้ากระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งโลก 16 ที่ อย่างเช่น จีน ประเทศญี่ปุ่น รัสเซีย ประเทศอินเดีย ประเทศฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี รวมทั้งสหรัฐ รวมบุคลากรดีไซน์แล้วก็ปรับปรุงกว่า 23,000 คนทั้งโลก ทั้งเป็นเอกชนที่ใช้งบประมาณด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัยและก็ปรับปรุงสูงสุดชั้น 6 ของโลก ราคา 62.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2560

และก็เติบโตสวนกับค่ายสมาร์ตโฟนหลายค่าย ทะยานจากปริมาณร้อยละ 8.7 เป็นปริมาณร้อยละ 11.8 ในตลาดข้างล่างถึงกึ่งกลาง และก็จำนวนร้อยละ 28.6 เป็น 33.1 ในตลาด พรีเมียม เมื่อไตรมาสแรกก่อนหน้านี้ของปีนี้ เป็นสถิติเอกชนที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดของโลกในรอบ 6 ปีที่ล่วงเลยไป

ปัจจัยสำคัญมาจากตลาดสมาร์ตโฟน ซึ่งทางศีรษะเว่ยแบ่งได้เป็น 4 รุ่น สำหรับคนซื้อ 4 กรุ๊ป ดังเช่นว่า MATE Series สำหรับคนที่ติดอกติดใจเทคโนโลยีปัจจุบัน P Series ให้คนที่ชอบพอวางแบบหรูหราและก็มีเทคโนโลยีที่ล้ำยุค NOVA Series เพื่อกลุ่มของผู้คนแบบใหม่ที่อยากได้ฟีพบร์โฉบเฉี่ยว และก็ Y Series เป็นสมาร์ตโฟนนำสมัยราคาถูก เพื่อวัยรุ่นและก็เด็กได้ได้โอกาสใช้เทคโนโลยีปัจจุบันในราคาถูก

ด้าน นายจิม ฉู รองประธานบริหารข้างการตลาดรวมทั้งงานขายสินค้าหัวเว่ยซีบีจี พูดว่า หัวเว่ยตั้งมานานถึง 30 ปีแล้ว (ริเริ่มตั้งขึ้นปี 2530) เติบโตจากการมีบุคลากร 4,000 คน จนกระทั่งปัจจุบันมีกว่า 120,000 คนแล้ว ในตอนที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ของ หัวเว่ยนั้นเติบโตถึง 150 เปอร์เซ็นต์ในตอนก่อนหน้านี้ ส่วนตนดำเนินงานกับหัวเว่ยมาครบ 21 ปี (ตรงกับวันให้สัมภาษณ์พอดิบพอดี)

รองประธานบริหารข้างการตลาด บอกว่า หัวเว่ย มีรูปร่างการตลาดเป็นอันดับแรกๆในจีน (ราวจำนวนร้อยละ 85) ตอนที่สินค้าสมาร์ตโฟนของหัวเว่ยเติบโตและก็เป็นที่นิยมทั้งโลกอย่างเร็ว เอามาสู่สมาร์ตโฟนปัจจุบันอย่างพี 20 แล้วก็พี 20 โปร นับว่าเป็นความเพียรพยายามที่ศีรษะเว่ยอยากได้สร้างภาพวจนะของค่ายเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น “บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสุดยอด” โดยหนึ่งในตลาดที่ศีรษะเว่ยให้ความเอาใจใส่ อาทิเช่น ยุโรป และก็เอเซียอาคเนย์ เนื่องจากว่ามีการเติบโตสูงมากมาย

อย่างไรก็ดี เมื่อถามหาตลาดในสหรัฐ ซึ่งหัวเว่ยเผชิญความลำบากสำหรับเพื่อการผลิตภัณฑ์ ข้างหลังผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ หัวหน้าสหรัฐ ดำเนินหลักการขัดขวางการค้าขายกับทั่วทั้งโลก พร้อมใส่ร้ายป้ายสี หัวเว่ย ว่าอาจมีความสนิทสนมกับหน่วยข่าวกรองของจีน ถือได้ว่าภัยรุกรามต่อความมั่นคงและยั่งยืนของสหรัฐ นำมาซึ่งการทำให้ทางการสหรัฐมีท่วงท่าต้านทานค่ายหัวเว่ย ทำให้บรรดาผู้ให้บริการในสหรัฐหลายรายไม่ยอมรับที่จะนำเข้าสินค้าของหัวเว่ย

นายฉูบอกว่า เรื่องดังที่กล่าวมาแล้ว

ที่มาของเนื้อหา : www.khaosod.co.th

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top