ว่าด้วยเรื่องความขี้เกียจ

google speech recognizer SEO

ว่าด้วยเรื่องความขี้เกียจ

 

ความขี้เกียจสำหรับผม มี 2 ประเภท ประเภทแรก น่าจะเรียกว่า ความขี้เกียจทางกาย ส่วนอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ความขี้เกียจทางใจ

 

ความขี้เกียจทางกาย ในมุมมองของผม ก็คือ การนอนโทรมอยู่กับที่ทั้งวันโดยไม่ลุกขึ้นไปทำอะไรเลย ผมเป็นคนที่ป่วยบ่อยมากมาตั้งแต่เด็ก มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่า ส่วนหนึ่งของความขี้เกียจ ทางกายนั้น มาจากการที่ ตัวเราเป็นคนไม่แข็งแรง สมัยเด็กๆ บ้านค้าขาย ตื่นแต่เช้า เปิดร้าน เพื่อทำมาหากิน ช่วยพ่อแม่ ผลพลอยได้อย่างหนึ่งก็คือว่า ทำให้ร่างกายเราแข็งแรง ยิ่งมาคิดถึงตอนเด็กๆ สมัยที่มีพี่ชายบ้าพลัง ทุกๆเช้า มันจะชอบชวนผมไปวิ่ง ตื่นตั้งแต่ไก่โห่ วิ่งจากบ้านแถวคลอง ไปที่โรงเรียนมอ (โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอครบุรี) แล้วมันชวนไปวิ่งไม่ได้เป็นการวิ่งแบบธรรมดาธรรมดา บ้านผมสมัยก่อน เป็นห้องแถวบ้านเช่า อยู่ใกล้ๆคลอง ดังนั้น การที่เริ่มวิ่งจาก คลอง ไปยัง โรงเรียนมอ คือการวิ่งจาก ตีนเขา ไปยัง ยอดเขานั่นเอง แถมยิ่งใกล้ไปถึงโรงเรียน แทนที่มันจะวิ่ง มันดันให้กระโดดกบ อีกหลายร้อยเมตร

 

พอโตมา ด้วยความที่ทำงานประจำ นั่งหน้าคอมทุกวัน โอกาสออกกำลังกายก็น้อยตามไปด้วย ผลก็คือ เสาร์อาทิตย์ แ***นอนอย่างเดียว

 

ความขี้เกียจทางใจ สำหรับผม ด้วยความที่เป็นคนคิดเยอะ คิดตั้งแต่ต้น ยันจบที่ปลาย บางครั้งเป็นสาเหตุของการไม่ลงมือทำอะไร เพราะว่าคิดจนเสร็จแล้ว…….

 

ดังนั้น เป็นไปได้ว่า ความขี้เกียจตั้งใจ อาจจะมีสาเหตุมาจาก การใช้ความคิด มากจนเกินความพอดี

 

คุณตัน เคยบอกว่า ให้ฝันใหญ่ๆ แล้วค่อยค่อยลงมือทำ จากสิ่งเล็กๆ เคล็ดลับอย่างหนึ่ง ของการ ทำสิ่งใหญ่ๆ หรือ โครงการนานนาน คล้ายการวิ่งมาราธอน คือการวิ่ง จากก้าวเล็กๆ ทีละก้าว ในทิศทางที่ถูกต้อง อย่างสม่ำเสมอ นานพอ และไม่หยุด

 

ความขี้เกียจทางกายนั้น สามารถถูกแก้ไขได้โดย ออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง เมื่อร่างกายแข็งแรง ก็ยาก พี่จะอยาก นอนอยู่เฉยๆทั้งวัน

สำหรับผม ความขี้เกียจทางกายนั้น เป็นปัญหาอะไรที่ สามารถแก้ไขได้ เพราะเป็นปัจจัยภายนอก ไม่ได้เกิดจากใจ ที่อยู่ข้างใน

 

ความขี้เกียจทางใจ ถ้าจะบอกว่า ให้ลงมือทำอะไรไปเลย โดยไม่ต้องคิด มันก็คงแปลกๆ คำพูดบางคำ ของคนบางคน เคยบอกว่า เป้าหมายชัดเจน แต่เวลาลงมือทำ ทำทำไปเถอะ เหมือนมั่วๆ คนฟังผ่าน ผิวเผิน อาจจะคิดว่า ความมั่ว ก็สามารถทำให้สำเร็จได้

 

จริงๆ ความหมายของมัน ก็คือ การที่เรามีเป้าหมายอย่างชัดเจน เช่น เราตั้งใจจะขึ้นยอดเขานี้ให้ได้ แล้วลงมือ ทำทันที โดยไม่สนใจ เส้นทาง หรือ วิธีการขึ้นยอดเขา

 

ดังนั้นถ้าจะบอกว่า การลงมือทำมั่วๆ คงไม่ถูกต้อง ซะทีเดียว แต่หมายความว่า ให้ลงมือทำ ทันที และ ไม่หยุด เมื่อเจอปัญหา ค่อยหาทางแก้ไข ดีกว่าที่จะคิดว่า ขึ้นเขาเหนื่อย แล้วจะเจอปัญหา ก็เลยไม่ทำอะไร

 

มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่ง ที่เราคุ้นหูอยู่บ่อยๆ ของคนที่ประสบความสําเร็จในชีวิต หรือ ในโลกของธุรกิจ คนที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะว่า เขาเก่ง แต่เป็นเพราะว่า เขาทำ เขาผิดพลาด ล้มเหลว มาเยอะมาก เขาเจออุปสรรค มาเยอะมาก และมากพอ จนทำให้เขารู้ว่า อะไรที่ทำไรแล้ว จะล้มเหลว

ข้อแตกต่างข้อนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ กับคน ที่เอาแต่คิด และหาหนทาง หรือวิธีลัด หรือสูตรสำเร็จของความสำเร็จ แจ็คหม่า ไม่ได้สำเร็จ เพราะสูตรสำเร็จ

 

โทมัสอัลวาเอดิสัน ไม่ได้สร้างหลอดไฟ เสร็จในครั้งเดียว แต่เขารู้ว่า มีกว่า 9999 วิธี ที่ทำหลอดไฟไม่ได้

 

อาจารย์ตรี บอกว่า ต่อให้คุณล้มเหลวใน 10 ธุรกิจ และเรียนรู้มัน อย่างตั้งใจและมากพอ พอเพียง มี 1 ธุรกิจที่รอดมาได้ ชีวิตครอบครัวคุณ จะอยู่ได้สบายสบาย อีกหลายสิบปี

การแก้ปัญหาความขี้เกียจทางใจ วิธีหนึ่ง ก็คือ การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แต่ในขณะลง ไม่ต้องคิดอะไร การว่างจากความคิด หรือจิตว่าง แบบท่านพระพุทธทาส เป็นคำพูด ที่ดูเรียบง่าย แต่ลงมือทำได้ยาก

ใจที่ไม่คิด เจ็บที่ไม่ฟุ้งซ่าน นำมาซึ่ง จิตตะ และสมาธิอันแน่วแน่ ดังนั้น การลงมือทำงานการใดๆก็ตามแต่ ด้วยจิตว่าง มีสมาธิ และสติรู้ งานการนั้นย่อมสำเร็จ

 

ผมไม่ได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อ จะเทศนาใคร หรือยกย่องให้ตัวเองดูดี แต่ เหตุผลลึกลึกคือ

ผมขี้เกียจเขียน…….

 

ปล. บทความทั้งหมดนี้กว่า 95% ไม่ได้เกิดจากการเขียน หรือการพิมพ์ในคอมพิวเตอร์แต่เกิดจาก google speech recognizer

 

คิด แล้วทำ ขนาดทำ(ลงมือพิมพ์) กูยังขี้เกียจเลย 55555  ถ้าเป็นสมัยก่อน คงรู้ผิด แต่ตอนนี้ รู้ว่าถูก อ.ตรี แกว่า ความสำเร็จ ถ้ามันมาถูกทางจริงๆ มันจะง่ายๆ แค่คิดก็ได้แล้ว

 

เหมือนแม่บอก ว่า ยานะ ถ้ามันถูกกับเราจริงๆ กินวันเดียวก็รู้สึกดี ….5555

เสียอย่างเดียว… ยังหา app ใน iphone ไม่เจอ ไม่งั้น ไปนั่งพิมพ์ (พูด) บทความที่ไหนก็ได้… มี app นึงใน iphone โคตรดี ประเสริฐมาก เสียอย่างเดียว ไม่อยากมันแปล มันจะแปลทำไม…
แต่ดี จริงๆ ลองดู  #Speak & Translate – Voice to Text Translate   พูดไทย เข้าไปมันพิมพ์ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอะไร ก็ได้ แถมพูดให้ด้วย ^_^

 

** 3908 ตัวอักษร **

#SEO #Google Speech Recognizer

#Speak & Translate – Voice to Text Translate

 

Facebook Comments

Leave a Reply

Scroll to top